เหรียญห่วงเชื่อม มงคลมหาเศรษฐี เนื้ออัลปาก้าลงยา
หมายเลข ๕๕ สร้าง ๖๑ เหรียญ
พระอาจารย์เชาวรัตน์ กมฺมสุทฺโธ หรือ พระครูสุทธิธรรมสังวร เจ้าอาวาสวัดท่าวังหิน (ธ) บ้านสายร่องข่า ต.เชิงชุม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติเรียบง่ายแต่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยคำสอนของพ่อแม่ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น และเป็นศิษย์หลวงปู่สิม มีวิธีสอนธรรมะแก่ลูกศิษย์ให้เข้าใจง่าย โดยอาศัยเหตุการณ์ยุคปัจจุบัน ปรับแต่งแฝงด้วยธรรมะเข้าไป ทำให้ลูกศิษย์ลูกหาที่ไปกราบไหว้เข้าใจในธรรมะที่ท่านสอนได้ง่าย
คนทั่วๆ ไปมักคิดว่าท่านช้า แต่ความจริงท่านเป็นพระที่ละเอียดลออ ท่านเป็นพระที่มีเมตตาเสมอกันทุกคน เป็นพระที่มีอุปนิสัยใจเย็น สุขุม พิจารณาไตร่ตรองรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจกระทำการใดๆ เป็นพระที่มุ่งมั่นตั้งใจทำความเจริญให้พุทธศาสนา เสียสละต่อหมู่คณะสงฆ์ ท่านไม่ถือตัว เกี่ยงเรื่องงานหนักเบา ลงมือช่วยทุกเรื่องที่ท่านเห็นควร แม้ว่างานนั้นๆ ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือทำเอง สิ่งไหนที่ท่านไม่ทราบจะศึกษาและเข้าไปช่วยทำงานนั้นๆ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่องานภายภาคหน้า
ด้วยปฏิภาณไหวพริบของพระอาจารย์เชาวรัตน์ วิธีการพูดของท่านทำให้คนที่มีปัญหาโทสะ ตั้งอยู่ในความสงบสำรวมได้ เวลาที่คนอยู่ใกล้ชิดจะมีความรู้สึกว่าท่านมีเมตตาเย็น ปลอดภัย ท่านพร้อมที่จะรับฟังปัญหาและหาทางชี้แนะ คลี่คลายทางออกให้ผู้ที่มาขอคำปรึกษาได้ดี
สำหรับฝีมือและผลงานของพระอาจารย์เชาวรัตน์ น่าสนใจและศึกษามาก คือ ระหว่างพรรษา ๑-๕ พระอาจารย์เชาวรัตน์ได้มาช่วยหลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร สร้างอุโบสถ ที่วัดสันติสังฆาราม บ้านบัว อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และในครั้งนั้นหลวงปู่สิมได้เป็นประธานในการก่อสร้างฝายน้ำล้นเพื่อทดน้ำให้สูงขึ้นจะได้นำน้ำไปใช้ประโยชน์นานัปการได้หลายหมู่บ้าน
งานก่อสร้างฝายน้ำล้นเริ่มจากพระเณรและชาวบ้านทั้งชาย หญิง เด็ก คนชรา รวมกันประมาณ ๒๐๐ ชีวิต ช่วยกันขนหินจากป่าบ้านหนองลาด โดยพระจะช่วยกันงัดหิน และทุบหินก้อนใหญ่ให้แตกเป็นหินก้อนเล็กพอที่จะขนได้สะดวกขึ้น
ในการทำงานหนักที่ก่อประโยชน์อย่างยิ่งทั้งร่างกายและจิตของพระผู้ปฏิบัติงานขนหินทิ้งลงลำน้ำอูน ทำเหมืองฝายและสร้างสาธารณกุศลต่อชุมชนชาวบ้านที่เดือดร้อนขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการดำรงชีพ และการประกอบอาชีพการเกษตรทั้งมีผลพลอยได้ทำให้สัตว์น้ำ ปูปลาชุกชุมบริเวณเหนือเหมืองฝาย ผลการทำเกษตรกรรมได้ผลดี ชาวบ้านกินดีอยู่ดี มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ทุกวันนี้ฝายน้ำล้นกั้นลำน้ำอูนนับว่าได้อำนวยประโยชน์แก่ชาวบ้านเกษตรกรในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก โดยเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูกกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ทั้งต้นไม้ของสองฝั่งลำน้ำอูนก็เขียวขจีตลอดปี น้ำบ่อที่เคยขุดด้วยความยากลำบากก็ขุดง่ายขึ้น เนื่องจากความอิ่มตัวของน้ำโดยรอบบริเวณฝายน้ำล้นแห่งนี้
แม้พระอาจารย์เชาวรัตน์จะขึ้นชื่อว่าเป็นพระเกจิอาจารย์มีกิจนิมนต์ปลุกเสกวัตถุมงคลยาวเหยียด แต่งานที่ท่านทำเป็นประจำ คือ เป็นพระนักเทศน์ นักพูด และนักประชาสัมพันธ์ ดังจะเห็นได้ว่างานประชุมของคณะสงฆ์ กิจกรรมทางศาสนาท่านจะทำหน้าที่พระนักประชาสัมพันธ์ทุกๆ งาน
พระอาจารย์เชาวรัตน์ พูดไว้อย่างน่าคิดว่า “เมื่อคนเข้าวัดพระก็มีโอกาสเผยแผ่ธรรม เมื่อพระถือไมค์โอกาสที่จะเผยแผ่ธรรมมากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว อาตมาจึงใช้โอกาสที่เป็นนักพูดและนักประชาสัมพันธ์เผยแผ่ธรรมไปพร้อมๆ กันเลย คำว่าพระเกจิอาจารย์จะอยู่ในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลเท่านั้น”
พระต้องเป็นซูเปอร์แมน
เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๘ “นายเชาวรัตน์ เสนสุข” ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในทางพระพุทธศาสนา ณ วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร โดยมีพระราชคุณาภรณ์ (ไพบูลย์ อภิวณฺโณ) วัดศรีโพนเมือง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์แว่น ธนปาโล วัดป่าสุทธาวาส เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ระหว่างที่บวชพระอาจารย์เชาวรัตน์เคยไปอยู่ศึกษาธรรมกับครูหลายท่านหลายองค์ อาทิ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร วัดสันติสังฆาราม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร หลวงปู่แว่น ธนปาโล วัดถ้ำพระสบาย อ.แม่ทะ จ.ลำปาง หลวงปู่หลวง กตปุญฺโญ วัดสำราญนิวาส อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เป็นต้น
พ.ศ.๒๕๒๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระฐานุกรมของ พระเทพสุเมธี วัดศรีโพนเมือง
พ.ศ.๒๕๓๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสันติสังฆาราม
พ.ศ.๒๕๔๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลพรรณานิคม เขต ๕ (ธรรมยุต)
พ.ศ.๒๕๔๔ ได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรที่ พระครูสุทธิธรรมสังวร
พระอาจารย์เชาวรัตน์ บอกว่า เป็นพระต้องมีความรู้รอบด้าน ชนิดที่เรียกว่า พระต้องเป็นซูเปอร์แมน ช่วยแก้ปัญหาได้ทุกๆ เรื่อง เพราะทุกข์ของญาติโยมนั้นมีมากกว่า ๑๐๘ อย่าง คนรวยก็ทุกข์แบบคนรวย คนจนก็ทุกข์แบบคนจน พระเกี่ยวข้องกับคนตั้งแต่เกิดจนถึงวันตาย แม้กระทั่งตายแล้วยังต้องเกี่ยวกับพระ เมื่อญาติโยมมีทุกข์ต้องแก้ทุกข์ให้ถูกจุด ปัญหาครอบครัวเป็นปัญหายอดฮิต จากนั้นเป็นเรื่องความสำเร็จเรื่องการทำงาน ที่ยิ่งไปกว่านั่น คือ พวกที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงใช่ว่าจะไร้ทุกข์มีแต่ความสุข ทุกข์ของคนเหล่านี้ คือ อยากรวยยิ่งขึ้นและมีชื่อเสียงที่เป็นอมตะ
ทั้งนี้ พระอาจารย์เชาวรัตน์พูดให้คติธรรมไว้อย่างน่าคิกว่า “แม้ว่าคนจะมีกรรมเป็นเครื่องกำหนด ถึงกรรมจะเป็นอย่างไรก็ตาม อนาคตและอดีตยังมาไม่ถึง ให้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะปัจจุบันเมื่อทำนานๆ เข้าจะกลายเป็นอดีตที่ดี และสร้างอนาคตที่ดีไปในตัว อย่างที่ว่า อดีตก็ไม่ขมขื่นอนาคตก็จะสดใส
รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์